0(0)

คณิตศาสตร์พื้นฐาน ม.1/2

หลักสูตรรายวิชา

คำอธิบายรายวิชา

กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์                                          รายวิชาพื้นฐาน

รหัส ค21101  วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน 1                               ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  ภาคเรียนที่ 1

เวลาเรียน 60 ชั่วโมง (60 ชั่วโมง/สัปดาห์)                              จำนวน 1.5 หน่วยกิต

                                                  

            ศึกษา  ฝึกทักษะการคิดคำนวณและฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อัน  ได้แก่

การแก้ปัญหา  การให้เหตุผล  การสื่อสาร  การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์  และการเชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆทางคณิตศาสตร์  และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์จัดประสบการณ์หรือสถานการณ์ในชีวิตประจำวันที่ใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้า โดยปฏิบัติจริง  ทดลอง  สรุป  รายงาน  ในสาระต่อไปนี้

จำนวนเต็ม จำนวนเต็ม การบวก ลบ คูณ หารจำนวนเต็ม สมบัติของจำนวนเต็มและการนำไปใช้

การสร้างทางเรขาคณิต  รูปเรขาคณิตพื้นฐาน  การสร้างรูปเรขาคณิตโดยใช้การสร้างพื้นฐานทางเรขาคณิต การนำความรู้เกี่ยวกับการสร้างพื้นฐานทางเรขาคณิตไปใช้ในชีวิตจริง

            เลขยกกำลัง  ความหมายของเลขยกกำลัง  การดำเนินการของเลขยกกำลังและการนำไปใช้

ทศนิยมและเศษส่วน  การเปรียบเทียบเศษส่วนและทศนิยม การบวก การลบ การคูณ การหาร เศษส่วนและทศนิยม  การแก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเศษส่วนและทศนิยม การตรวจคำตอบความสมเหตุสมผลที่เกิดจากการบวก  การลบ  การคูณ  การหารเศษส่วนและทศนิยม  ความสัมพันธ์ของการบวกกับการลบ การคูณกับการหารของเศษส่วนและทศนิยม

รูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ  ภาพของรูปเรขาคณิตสามมิติหน้าตัดของรูปเรขาคณิตสามมิติ  ภาพที่ได้จากการมองทางด้านหน้า  ด้านข้าง  และด้านบนของรูปเรขาคณิตสามมิติรูปเรขาคณิตที่ประกอบขึ้นลูกบาศก์
โดยการจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ในชีวิตประจำวันที่ใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้าฝึกทักษะ โดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ กระบวนการในการคิดคำนวณการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนำประสบการณ์ ทักษะและกระบวนการที่ได้ไปใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสร้างสรรค์

เพื่อให้เห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทำงานได้อย่างเป็นระบบ มีระเบียบ รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และมีความเชื่อมั่นในตนเอง ผู้เรียน    เกิดการคิดวิเคราะห์ คิดแก้ปัญหา มีทักษะในศตวรรษที่ 21  เพื่อการพัฒนาสู่มาตรฐานสากล   สามารถสืบค้นความรู้และสารสนเทศ   สร้างองค์ความรู้   การสื่อสารและนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพ   การบริการสังคมและมีจิตสาธารณะบนพื้นฐานหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

มาตรฐาน/ตัวชี้วัด

          ค 1.1 ม. 1/1  เข้าใจจำนวนตรรกยะและความสัมพันธ์ของจำนวนตรรกยะ และใช้สมบัติของจำนวนตรรกยะในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์และปัญหาในชีวิตจริง
ค 1.1 ม. 1/2  เข้าใจและใช้สมบัติของเลขยกกำลังที่มีเลขชี้กำลังเป็นจำนวนเต็มบวก ในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์และปัญหาในชีวิตจริง

ค 2.2 ม. 1/1 ใช้ความรู้ทางเรขาคณิตและเครื่องมือ เช่นวงเวียนและสันตรง รวมทั้งโปรแกรม The Geometer’s Sketchpad หรือโปรแกรมเรขาคณิตพลวัตอื่นๆ เพื่อสร้างรูปเรขาคณิต ตลอดจนนำความรู้เกี่ยวกับการสร้างนี้ไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาในชีวิตจริง
ค 2.2 ม. 1/2 เข้าใจและใช้ความรู้ทางเรขาคณิตในการวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ระหว่างรูปเรขาคณิตสองมิติและรูปเรขาคณิตสามมิติ

 

รวมทั้งหมด   4   ตัวชี้วัด

สารบัญรายวิชา

32 บทเรียน

จำนวนเต็ม?

ในชีวิตประจำวัน จะมีสถานการณ์ที่ต้องอาศัยจำนวนเต็มที่ประกอบด้วย จำนวนเต็มบวก จำนวนเต็มลบ ศูนย์ และการเปรียบเทียบจำนวนเต็ม การบวก การลบ จำนวนเต็ม เป็นการดำเนินการทางคณิตศาสตร์ โดยใช้สมบัติเกี่ยวกับการบวกของจำนวนเต็ม สมบัติของหนึ่งและศูนย์ช่วยในการหาคำตอบ
จำนวนเต็มและการเปรียบเทียบจำนวนเต็ม
ค่าสัมบูรณ์และจำนวนตรงข้าม
การบวกจำนวนเต็ม
การลบจำนวนเต็ม
การคูณจำนวนเต็ม
การหารจำนวนเต็ม
แบบทดสอบเรื่อง จำนวนเต็ม

ทศนิยมและเศษส่วน?

ทศนิยมและเศษส่วนเป็นสัญลักษณ์ใช้เขียนแสดงจำนวน ทศนิยมกับเศษส่วนมีความสัมพันธ์กัน สามารถเขียนทศนิยมในรูปเศษส่วนได้ ทศนิยมหนึ่งตำแหน่ง ทศนิยมสองตำแหน่ง และทศนิยมสามตำแหน่งสามารถเขียนในรูปเศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็น 10 เป็น 100 และเป็น 1,000 ตามลำดับ และเศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็น 10 เป็น 100 และเป็น 1,000 สามารถเขียนในรูปทศนิยมหนึ่งตำแหน่ง ทศนิยมสองตำแหน่ง และทศนิยมสามตำแหน่งตามลำดับ การเปรียบเทียบทศนิยมและเศษส่วน สามารถเปรียบเทียบโดยใช้เส้นจำนวนได้ การบวก การลบ การคูณ และการหารเศษส่วนหรือทศนิยมเป็นการดำเนินการทางคณิตศาสตร์โดยมีความสัมพันธ์กันระหว่างการบวกกับการลบ การคูณกับการหาร

เลขยกกำลัง?

ในชีวิตประจำวันเราอาจต้องพบกับจำนวนที่เกิดจากการคูณจำนวนเดียวกันหลายๆตัว ซึ่งวิธีการนั้นเราสามารถเขียนในรูปเลขยกกำลัง โดยที่ฐานเป็นจำนวนใด ๆ และเลขชี้กำลังเป็นจำนวนเต็ม ในวิชาวิทยาศาสตร์จะพบจำนวนที่มีค่ามาก ๆหรือน้อย ๆ จำนวนเหล่านั้นสามารถเขียนในรูป เมื่อ และ n เป็นจำนวนเต็ม เรียกรูปแบบนี้ว่า สัญกรณ์วิทยาศาสตร์

การสร้างทางเรขาคณิต?

ใช้ความรู้ทางเรขาคณิตและเครื่องมือ เช่น วงเวียนและสันตรง รวมทั้งโปรแกรม The Geometer’s Sketchpad หรือโปรแกรมเรขาคณิตพลวัตอื่น ๆ เพื่อสร้างรูปเรขาคณิต ตลอดจนนำความรู้เกี่ยวกับการสร้างนี้ไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาในชีวิตจริง

รูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ?

รูปเรขาคณิตสามมิติมีส่วนประกอบของรูปเรขาคณิตหนึ่งมิติ และรูปเรขาคณิตสองมิติ ซึ่งการสืบเสาะ สังเกต และคาดการณ์ที่เป็นกระบวนการสร้างองค์ความรู้ให้ตนเอง นำมาระบุภาพสองมิติที่ได้จากการมองรูปเรขาคณิตสามมิติ และวาดหรือประดิษฐ์รูปเรขาคณิตสามมิติ เมื่อกำหนดภาพสองมิติที่ได้จากการมอง

เกี่ยวกับผู้สอน

สอนวิชาคณิตศาสตร์
0 (0 การให้คะแนน)

7 รายวิชา

93 ผู้เรียน

เรียน