หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ เรียนรู้หลัก ประจักษ์ภาษา?

ภาษาไทยเป็นภาษาคำโดดไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปคำที่นำมาเรียงเข้าเป็นประโยค การเรียง กลุ่มคำสลับที่กันทำให้ความหมายเปลี่ยนไป และการเรียงตำแหน่งคำในประโยคต่างกันทำให้ความหมายและหน้าที่ของคำเปลี่ยนไป ภาษาไทยส่วนใหญ่จะเรียงคำขยายไว้ข้างหลังคำหลัก
มีเสียงและรูปวรรณยุกต์ที่ทำให้ความหมายของคำเปลี่ยนไป คำไทยบางคำมีความหมายหลายอย่าง จะรู้ความหมายได้เมื่อเข้ารูปประโยคคำไทย มีตัวสะกดตรงตามมาตรา และไม่ใช้เครื่องหมาย ทัณฑฆาต
องค์ประกอบของพยางค์และคำ

     ๑. พยางค์ คือ เสียงที่เปล่งออกมาครั้งหนึ่ง ๆ จะมีความหมายหรือไม่มีความหมายก็ได้
องค์ประกอบของพยางค์ประกอบด้วย พยัญชนะ สระ  และวรรณยุกต์ เรียกว่า ประสม  ๓ ส่วน 
ส่วนประสม ๔ ส่วน ได้แก่ พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ ตัวสะกด ประสม ๔ ส่วนพิเศษ ได้แก่ พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ ตัวการันต์ ประสม 
๕ ส่วน ได้แก่ พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์
ตัวสะกด และตัวการันต์

     ๒.พยัญชนะต้น คือ พยัญชนะที่ประสมกับสระอาจมีพยัญชนะตัวเดียวหรือพยัญชนะ ๒ ตัวก็ได้ สระ คือ เสียงที่เปล่งจากลำคอโดยตรงเมื่อประสมกับพยัญชนะต้น

หรือตัวสะกดมีรูปคงที่บ้าง เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยบ้าง ตัวสะกด คือ พยัญชนะที่ประสมอยู่ท้ายสระ  อาจมีพยัญชนะ ตัวเดียวหรือพยัญชนะประสม ๒ ตัว ก็ได้ วรรณยุกต์ คือ ระดับเสียงพยางค์มี ๕ เสียง กำกับอยู่เหนือพยัญชนะต้นมี ๔ รูป ตัวการันต์ คือ พยัญชนะที่ไม่ต้องการออกเสียง มีไว้เพื่อรักษารูปศัพท์เดิมของคำ๓. คำ หมายถึง เสียงที่เปล่งออกมาครั้งหนึ่ง ซึ่งจะมีความหมายเสมอ นักภาษาศาสตร์
เรียกหน่วยที่เล็กกว่าคำว่า “หน่วยคำ”  ซึ่งจะต้องมีความหมายเสมอ อาจมีหน่วยเดียว หรือมากกว่า ๑ หน่วยก็ได้ คำ ๑ คำ จะต้องมีองค์ประกอบเป็นหน่วยคำอย่างน้อย ๑ หน่วยเสมอ